รัตติกาลสีเลือดในห้องหอ: เมื่อแสงไฟดับลง

และบานประตูที่เปิดออกได้กระชากหน้ากากฆาตกร… เผยกับดักมรณะในคืนฮันนีมูนที่เปลี่ยนเทพนิยายให้กลายเป็นขุมนรก!
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิดและเงียบสงัด มีเพียงเสียงคลื่นกระทบฝั่งแว่วมาจากหน้าต่างบานใหญ่ของวิลล่าหรูส่วนตัวบนเกาะส่วนตัวที่มัลดีฟส์ ฉันเพิ่งเอื้อมมือไปกดสวิตช์ปิดไฟที่หัวเตียง ร่างกายของฉันจมดิ่งลงบนฟูกหนานุ่ม อาการปวดเมื่อยล้าแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณู หลังจากที่ต้องยืนยิ้มต้อนรับแขกเหรื่อนับพันคนในงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่และอลังการที่สุดแห่งปี
ฉันคือ ‘ลลิตา’ ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ และผู้ชายที่นอนอยู่เคียงข้างฉันในความมืดนี้คือ ‘กวิน’ สามีที่ฉันเพิ่งเข้าพิธีวิวาห์ด้วยเมื่อสิบสองชั่วโมงก่อน เขาคือชายหนุ่มที่สมบูรณ์แบบ อบอุ่น แสนดี และเป็นคนที่เข้ามาเยียวยาหัวใจของฉันหลังจากที่ฉันต้องสูญเสียคุณพ่อคุณแม่ไปในอุบัติเหตุเมื่อสองปีก่อน สำหรับฉัน กวินคือแสงสว่างเดียวในชีวิตที่เหลืออยู่
ก่อนที่ไฟจะดับลง กวินเพิ่งยื่นแชมเปญแก้วสุดท้ายให้ฉันดื่มฉลองความรักของเรา รสชาติของมันฝาดเฝื่อนนิดๆ แต่ฉันก็ดื่มจนหมดแก้วด้วยความสุขที่เปี่ยมล้น ฉันหลับตาลง เตรียมตัวที่จะเข้าสู่ห้วงนิทราในอ้อมกอดของผู้ชายที่ฉันรักที่สุดในโลก
แต่แล้ว… สันติสุขนั้นก็ถูกทำลายลงในเสี้ยววินาที!
ปัง!!!
เสียงกระแทกประตูห้องสวีทดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า บานประตูไม้สักหนาหนักถูกถีบเปิดออกอย่างรุนแรงจนไปกระแทกกับผนัง แสงไฟจากโถงทางเดินสาดส่องเข้ามาในห้องที่เคยมืดมิด เผยให้เห็นเงาดำของคนกลุ่มหนึ่งที่ยืนกรูอยู่หน้าประตู
หัวใจของฉันกระตุกวูบ ความหวาดกลัวแล่นพล่านขึ้นมาจับขั้วหัวใจ ฉันพยายามจะเบิกตากว้างและอ้าปากกรีดร้องเรียกให้กวินตื่นขึ้นมาปกป้อง แต่ทว่า… ร่างกายของฉันกลับหนักอึ้งราวกับถูกทับด้วยก้อนหินนับตัน ลำคอของฉันตีบตันจนไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา แขนและขาชาหนึบจนขยับไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว!
เกิดอะไรขึ้น? ทำไมฉันถึงขยับตัวไม่ได้! ฉันกรีดร้องอยู่ในใจด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
ในขณะที่ฉันกำลังสับสนและหวาดกลัวอยู่นั้น เสียงฝีเท้าของรองเท้าส้นสูงก็ก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับเสียงหวานใสที่คุ้นหู… เสียงของ ‘นิตา’ ลูกพี่ลูกน้องสาวของกวินที่แสนจะเรียบร้อยและอ่อนหวาน คนที่คอยช่วยฉันจัดงานแต่งงานมาตลอดหลายเดือน
แต่น้ำเสียงของนิตาในตอนนี้ กลับเยือกเย็นและแฝงไปด้วยความอำมหิตอย่างที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน
“หลับสนิทหรือยังกวิน? ยาคลายกล้ามเนื้อชนิดรุนแรงที่ผสมในแชมเปญน่าจะออกฤทธิ์เต็มที่แล้วนะ… รีบจัดการเถอะ ทีมแพทย์ผ่าตัดเถื่อนของลูกค้าวีไอพีรออยู่ข้างล่างแล้ว พวกเขามีเวลาแค่สองชั่วโมงในการชำแหละเอาหัวใจกับตับของนังโง่นี่ใส่กล่องเก็บอุณหภูมิ!”
ประโยคนั้นเปรียบเสมือนคมมีดนับพันเล่มที่กรีดลงบนโสตประสาทของฉัน!
หัวใจ? ตับ? ชำแหละ? นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของฉันแหลกสลายจนแทบจะหยุดเต้น ไม่ใช่คำพูดที่น่าสะอิดสะเอียนของนิตา แต่เป็นปฏิกิริยาของผู้ชายที่นอนอยู่ข้างกายฉัน… กวินไม่ได้สะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ เขาไม่ได้ลุกขึ้นมาปกป้องฉัน แต่เขากลับค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างใจเย็น เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของเขาดังขึ้นท่ามกลางความมืด ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟสลัวๆ ที่หัวเตียง
แสงไฟสีส้มเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของกวิน… ใบหน้าที่เคยอบอุ่นและอ่อนโยน บัดนี้กลับกลายเป็นใบหน้าของปีศาจร้ายที่แสยะยิ้มอย่างเลือดเย็น แววตาของเขาที่มองมาที่ฉันที่กำลังนอนเบิกตาค้าง ขยับตัวไม่ได้ มีเพียงความสมเพชและว่างเปล่า
“ออกฤทธิ์แล้วล่ะนิตา ที่รักของผม” กวินตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงและเดินตรงไปสวมกอดนิตยาอย่างแนบแน่น เขาประทับจูบลงบนริมฝีปากของ ‘ลูกพี่ลูกน้อง’ อย่างดูดดื่ม ท่ามกลางความตกตะลึงของฉันที่นอนน้ำตาไหลพรากอยู่บนเตียง
“แหม… ทนเล่นละครเป็นน้องสาวที่แสนดีมาตั้งนาน ในที่สุดวันนี้ก็จบสิ้นสักทีนะคะ” นิตาหัวเราะคิกคัก พลางปรายตามองมาที่ฉันราวกับมองเศษขยะ “เหนื่อยหน่อยนะกวิน ที่ต้องแกล้งทำเป็นรักยัยคุณหนูหน้าโง่นี่มาตั้งสองปี”
“เพื่อเงินห้าร้อยล้านบาทจากพินัยกรรม และอีกหนึ่งร้อยล้านบาทจากตลาดมืดที่สั่งซื้ออวัยวะกรุ๊ปเลือดหายากของมัน… แค่นี้พี่ทนได้สบายมาก” กวินพูดพลางเดินกลับมาที่เตียง เขาก้มหน้าลงมาใกล้ฉันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจเย็นเยียบ “โธ่ๆ ลลิตาที่รัก… อย่าร้องไห้สิครับ คุณน่าจะภูมิใจนะ ที่ความตายของคุณจะทำให้ผมกับนิตาสุขสบายไปทั้งชาติ แถมอุบัติเหตุระหว่างฮันนีมูนที่ผมจัดฉากไว้ ก็จะดูสมจริงจนไม่มีตำรวจหน้าไหนตามสืบได้”
กับดัก! นี่คือกับดักมรณะที่ถูกวางแผนมาอย่างแยบยล!
ผู้ชายที่ฉันรัก แก๊งค้าอวัยวะมนุษย์ข้ามชาติ และการแต่งงานลวงโลก! ทุกอย่างเป็นเพียงฉากบังหน้าเพื่อล่อให้ฉันซึ่งเป็นทายาทเศรษฐีที่ไร้ญาติขาดมิตร มาเชือดทิ้งในที่ที่ห่างไกลผู้คนที่สุด!
“เอาล่ะ เอาเข็มฉีดยาสลบของจริงมาสิ ฉีดให้มันหลับลึกไปเลย จะได้เข็นลงไปที่ห้องใต้ดินแบบเนียนๆ” กวินหันไปสั่งชายฉกรรจ์ชุดดำสองคนที่ยืนรออยู่หน้าประตู
หนึ่งในนั้นเดินถือเข็มฉีดยาขนาดใหญ่ที่บรรจุของเหลวสีใสเข้ามาใกล้เตียง วินาทีนั้น สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของฉันพุ่งทะยานถึงขีดสุด! แม้ร่างกายจะถูกฤทธิ์ยาคลายกล้ามเนื้อสะกดไว้ แต่ความโกรธแค้นและความกลัวตายได้กระตุ้นอะดรีนาลีนในร่างกายให้สูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง
ฉันนึกขึ้นได้ว่า ตอนที่กวินยื่นแชมเปญให้ ฉันดื่มมันเข้าไปก็จริง แต่ด้วยความตื่นเต้นและจุกเสียดจากชุดแต่งงานที่รัดแน่น ทำให้ฉันแอบบ้วนมันทิ้งลงในผ้าเช็ดหน้าไปกว่าครึ่งตอนที่เขาเผลอ! ฤทธิ์ยาจึงอาจจะยังไม่สามารถทำให้ฉันเป็นอัมพาตได้โดยสมบูรณ์
ฉันต้องรอด! ฉันจะไม่ยอมตายเป็นหมาข้างถนนให้พวกมันเอาอวัยวะไปขายเด็ดขาด!
ในจังหวะที่ชายชุดดำกำลังจะแทงเข็มลงบนต้นแขนของฉัน พลังเฮือกสุดท้ายที่ถูกรีดเร้นออกมาจากจิตวิญญาณก็ทำงาน ฉันรวบรวมกำลังทั้งหมดที่มี กระชากแขนตัวเองหลบปลายเข็มอย่างหวุดหวิด ก่อนจะใช้เท้าที่เริ่มขยับได้ ถีบเข้าที่ยอดอกของชายคนนั้นอย่างเต็มแรงจนเขาล้มหงายหลังไปชนกับโต๊ะเครื่องแป้งเสียงดังโครม!
“เฮ้ย! มันยังขยับได้! จับมันไว้!” กวินตะโกนลั่นด้วยความตกใจ หน้ากากความใจเย็นหลุดกระจุย
ฉันตะเกียกตะกายพยุงร่างที่สั่นเทาและไร้เรี่ยวแรงพุ่งลงจากเตียง ขาทั้งสองข้างอ่อนยวบจนทรุดลงกับพื้น แต่มือของฉันคว้าสะเปะสะปะไปโดน ‘เชิงเทียนทองเหลือง’ ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ฉันกำมันไว้แน่นราวกับเป็นฟางเส้นสุดท้ายในชีวิต
“นังตัวแสบ! ฤทธิ์มากนักนะ!” นิตาพุ่งเข้ามาหวังจะจิกหัวฉัน
ผัวะ!!
ฉันเหวี่ยงเชิงเทียนทองเหลืองในมือฟาดเข้าที่ใบหน้าของนิตาอย่างสุดแรงเกิด เลือดสีสดสาดกระเซ็น นิตากรีดร้องโหยหวนและทรุดลงไปกองกับพื้น เอามือกุมหน้าตัวเองที่อาบไปด้วยเลือด
“นิตา!” กวินร้องลั่น ก่อนจะหันมามองฉันด้วยแววตาอาฆาต “มึงตาย!!”
เขาพุ่งเข้ามาบีบคอฉัน ร่างกายของฉันที่อ่อนแออยู่แล้วไม่สามารถสู้แรงของผู้ชายได้ แผ่นหลังของฉันถูกกระแทกเข้ากับผนังห้องอย่างแรง อากาศในปอดเริ่มหมดลง ดวงตาของฉันพร่ามัวจากการขาดออกซิเจน
แต่ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง หางตาของฉันเหลือบไปเห็น ‘กล่องสัญญาณเตือนภัยไฟไหม้’ (Fire Alarm) ที่ติดอยู่บนผนังใกล้ๆ ระดับสายตาพอดี!
ฉันรวบรวมลมหายใจเฮือกสุดท้าย ยกเชิงเทียนทองเหลืองในมือที่ยังกำไว้แน่น กระแทกเข้าที่กระจกของกล่องสัญญาณเตือนภัยจนแตกกระจาย และกดปุ่มฉุกเฉินสีแดงอย่างแรง!
กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!
เสียงสัญญาณเตือนภัยไฟไหม้ดังกึกก้องกังวานไปทั่วทั้งรีสอร์ต สปริงเกอร์บนเพดานทุกจุดในห้องทำงานทันที น้ำเย็นเฉียบพ่นลงมาดั่งห่าฝน ทำให้กวินตกใจจนเผลอคลายมือออกจากคอของฉัน
“เวรเอ๊ย! สัญญาณดังแบบนี้ รปภ. ทั้งเกาะแห่มาแน่! หนีเร็วพี่กวิน!” ชายชุดดำตะโกนลั่น ทิ้งหลอดฉีดยาและพยายามวิ่งหนีออกไปทางประตู
ความโกลาหลเกิดขึ้นในพริบตา แขกที่พักในวิลล่าข้างเคียงเริ่มส่งเสียงเอะอะโวยวาย แสงไฟฉายของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเสียงไซเรนฉุกเฉินของรีสอร์ตดังใกล้เข้ามาทุกที แผนการฆาตกรรมเงียบๆ ในห้องหอพังพินาศลงอย่างไม่มีชิ้นดี
กวินมองหน้าฉันด้วยความเคียดแค้นสุดขีด เขาอยากจะฆ่าฉันให้ตายคามือ แต่เสียงฝีเท้าคนนับสิบที่วิ่งกรูกันขึ้นมาบนระเบียงทางเดินทำให้เขาต้องจำใจปล่อยฉันลงกับพื้น เขาพยุงร่างของนิตาที่บาดเจ็บและพยายามจะวิ่งหนีออกไปทางระเบียงหลังห้องเพื่อกระโดดลงทะเล
แต่โชคชะตาไม่ได้เข้าข้างคนเลวเสมอไป…
ประตูห้องถูกพังเข้ามาโดยหน่วยรักษาความปลอดภัยของรีสอร์ต และที่สำคัญคือ มีตำรวจท้องถิ่นที่บังเอิญมาตรวจตราความเรียบร้อยในงานแต่งงานวิ่งตามเข้ามาด้วย กวิน นิตา และชายชุดดำถูกล้อมจับและกดตัวลงกับพื้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายน้ำจากสปริงเกอร์ที่ยังคงสาดกระเซ็น
ฉันนั่งหอบหายใจอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่บนพื้นห้องที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำและคราบเลือด ร่างกายของฉันสั่นสะท้านจากความหนาวเย็นและความหวาดกลัวที่เพิ่งผ่านพ้นมา เจ้าหน้าที่พยาบาลรีบวิ่งเข้ามาปฐมพยาบาลและคลุมผ้าห่มให้ฉัน
ฉันเงยหน้าขึ้นมองอดีต ‘สามี’ ที่เพิ่งแต่งงานกันได้ไม่กี่ชั่วโมง กวินถูกใส่กุญแจมือไพล่หลัง ใบหน้าของเขาแนบชิดกับพื้นเปียกแฉะ แววตาของเขาที่เคยมองฉันด้วยความอ่อนโยน บัดนี้มีเพียงความพ่ายแพ้และสยดสยองต่อความผิดที่ถูกเปิดโปง
“คุณลลิตาครับ ปลอดภัยแล้วนะครับ เราได้ประสานงานกับตำรวจสากลแล้ว ผู้ชายคนนี้คือหัวหน้าแก๊งมิจฉาชีพที่ทางการกำลังตามตัวอยู่พอดีเลยครับ” นายตำรวจยศใหญ่เดินเข้ามาบอกฉัน
ฉันไม่ได้ตอบอะไร ทำเพียงแค่นั่งมองหน้ากวินเป็นครั้งสุดท้าย รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของฉันเล็กน้อย…
เทพนิยายในฝันของฉันพังทลายลงอย่างไม่มีวันหวนกลับ แต่ฉันรอดพ้นจากขุมนรกมาได้ และสาบานกับตัวเองว่า… รัตติกาลสีเลือดในคืนฮันนีมูนครั้งนี้ จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะยอมให้ใครมาหลอกลวงและเหยียบย่ำชีวิตของฉันอีกต่อไป!



